หมวดที่ 1 |
ข้อความทั่วไป |
1. |
ชมรมนี้ชื่อว่า ชมรมศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้อักษรย่อว่า มส.มข. มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Humanities and Social Science Khon Kaen University Alumni Club ใช้อักษรย่อว่า HUSOKKU Club |
2. |
เครื่องหมายของชมรมนี้เป็นรูปวงกลมสองวงซ้อนกัน ภายในวงกลมวงเล็กบรรจุตรามหาวิทยาลัยขอนแก่นและดอกกาสะลอง ในพื้นที่ระหว่างวงกลมสองวงมีอักษรคำว่า ชมรมศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
3. |
ชมรมนี้ตั้งอยู่ที่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาคาร HS.03
เลขที่ 123มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมู่ที่ 16 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002 |
4. |
ชมรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและการตั้งโต๊ะสนุกเกอร์ และมีวัตถุประสงค์ดังนี้ |
| |
4.1 เป็นศูนย์กลางในการติดต่อ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก |
| |
4.2 เป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานกิจกรรมของศิษย์เก่ากับหน่วยงานต่างๆ |
| |
4.3 สนับสนุนและส่งเสริมความก้าวหน้า ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และศิษย์เก่า |
| |
4.4 ร่วมมือกับองค์กรหรือสถาบันอื่นๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการศึกษาและกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ |
| |
หมวดที่ 2 |
สมาชิก |
5. |
สมาชิกของชมรมมี 2 ประเภท คือ |
|
สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่เคยเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งภาคการศึกษา |
|
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ อาจารย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีความสนใจในกิจการของชมรม หรือผู้มีอุปการคุณต่อชมรม ที่คณะกรรมการบริหารชมรมมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิก และบุคคลนั้นตอบรับเชิญเป็นลายลักษณ์อักษร |
6. |
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมี ดังนี้ |
|
6.1 มีสิทธิเข้าร่วมประชุม และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ชมรมจัดขึ้น |
| |
6.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็น หรือสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรม |
|
6.3 มีสิทธิประดับเครื่องหมายของชมรม |
|
6.4 มีสิทธิได้รับข่าวสารต่างๆ และสวัสดิการที่ชมรมจัดทำขึ้น |
|
6.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารชมรม และมีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งที่ชมรมจัดให้มีขึ้น สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะใช้แทนกันมิได้ |
|
6.6 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเข้าชื่อเสนอให้ชมรมจัดประชุมใหญ่วิสามัญ |
|
6.7 สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของชมรม |
|
6.8 สมาชิกมีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรม |
|
6.9 เมื่อเปลี่ยนแปลง ชื่อ นามสกุล หรือที่อยู่ สมาชิกต้องแจ้งให้นายทะเบียนชมรมทราบในเวลาอันสมควร |
7. |
สมาชิกภาพของสมาชิกทุกประเภทจะสิ้นสุดเมื่อ |
|
7.1 ตาย |
| |
7.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานชมรม |
| |
7.3 คณะกรรมการบริหารมีมติโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้ออกจากการเป็นสมาชิก เนื่องจากประพฤติตนนำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม |
| |
7.4 ชมรมสิ้นสภาพลง |
| |
|
หมวดที่ 3 |
คณะกรรมการบริหารชมรม |
8. |
คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย ประธานชมรม รองประธานชมรม เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และกรรมการอื่นๆ รวมแล้วไม่เกิน 29 คน |
9. |
การได้มาของคณะกรรมการบริหาร มีดังนี้ |
|
9.1 ตำแหน่งประธานชมรม ให้เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญในที่ประชุมใหญ่ ตามระเบียบและวิธีการที่ชมรมกำหนด ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนครบวาระไม่น้อยกว่า 30 วัน |
|
9.2 กรรมการบริหารตำแหน่งอื่นๆ ให้ประธานชมรมที่ได้รับเลือกตั้งตามข้อ 9.1 เลือกสรรจากสมาชิกสามัญ เพื่อเสนอแต่งตั้ง |
|
9.3 ให้ประธานชมรมคนที่จะพ้นวาระ ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ตามรายชื่อในข้อ 9.1 และ 9.2 ภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้งประธานชมรมคนใหม่ และส่งมอบงานให้ประธานชมรมคนใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันแต่งตั้ง หากการมอบหมายงานไม่เสร็จสิ้นภายในกำหนดดังกล่าว ให้คณะกรรมการบริหารชุดเก่าหมดอำนาจหน้าที่ และให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่รับผิดชอบบริหารงานได้ทันที |
10. |
คณะกรรมการบริหารชมรม มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย |
11. |
กรรมการบริหารแต่ละคนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ |
|
11.1 ถึงคราวออกตามวาระ |
|
11.2 ตาย |
|
11.3 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานชมรม ยกเว้นการลาออกของประธาน ชมรม ให้แจ้งต่อเลขานุการ |
|
11.4 ขาดสมาชิกภาพ |
|
11.5 ขาดประชุมคณะกรรมการบริหารติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่แจ้งให้เลขานุการทราบ |
|
11.6 คณะกรรมการบริหารมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้ออก เนื่องจากทำความเสื่อมเสียแก่ชมรม |
|
11.7 เมื่อประธานชมรมพ้นจากตำแหน่ง |
|
11.8 เฉพาะตำแหน่งประธานชมรม จะพ้นจากตำแหน่งด้วยเมื่อที่ประชุมใหญ่ของชมรมมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของผู้มาประชุม |
12. |
เมื่อกรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบวาระให้ดำเนินการดังนี้ |
|
12.1 ตำแหน่งประธานชมรมว่างลง ให้รองประธานชมรมคนที่หนึ่งรักษาการแทนประธานชมรม และกรรมการบริหารที่เหลือเป็นกรรมการชุดรักษาการ และดำเนินการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งประธานชมรมคนใหม่ และดำเนินการตามข้อ 9.2 และ 9.3 ให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน |
|
12.2 ตำแหน่งอื่นๆ ว่างลง ให้ประธานชมรมพิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยมีวาระเท่าวาระที่เหลือของผู้ที่ตนแทน |
13. |
คณะกรรมการบริหารชมรม มีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ภายใต้ข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศใดๆ ที่ไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ |
14. |
หน้าที่ของกรรมการบริหารแต่ละตำแหน่ง มีดังนี้ |
|
14.1 ประธานชมรม มีหน้าที่ควบคุมการบริหารชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการหรืออนุกรรมการต่างๆ ของชมรม เป็นผู้แทนของชมรมในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอก และเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมใหญ่ |
|
14.2 รองประธานชมรม มีหน้าที่ทำการแทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่หรือไม่สามารถทำการได้ รวมทั้งงานอื่นๆ ที่ประธานชมรมมอบหมาย |
|
14.3 เลขานุการ มีหน้าที่กำกับดูแลงานธุรการของชมรม นัดประชุม จัดเตรียมวาระการประชุม และจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ และดำเนินงานหรือกิจการอื่นๆ ของชมรมที่มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการอื่นโดยเฉพาะ |
|
14.4 เหรัญญิก มีหน้าที่รับจ่ายและรักษาเงิน ทำบัญชี และเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการเงิน |
|
14.5 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนสมาชิก และจัดให้มีการลงทะเบียนเมื่อมีการประชุมใหญ่ |
|
14.6 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สมาชิกและบุคคลทั่วไป และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมวลสมาชิก |
|
14.7 กรรมการอื่นๆ มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมาย |
15. |
การประชุมคณะกรรมการบริหาร ต้องมีกรรมการบริหารเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารทั้งหมด จึงจะครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมชี้ขาด |
16. |
ให้คณะกรรมการบริหารเชิญบุคคลอื่นใดเป็นกรรมการที่ปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม กรรมการที่ปรึกษาจะได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมใดๆ ที่ชมรมจัดขึ้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ กรรมการที่ปรึกษาสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารชุดที่เสนอแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง |
17. |
ให้คณะกรรมการบริหารเสนอแต่งตั้งผู้แทนศิษย์เก่าของจังหวัดต่างๆ เป็นอนุกรรมการประสานงาน เพื่อประสานงานระหว่างชมรมกับศิษย์เก่าของจังหวัดต่างๆ อนุกรรมการประสานงานสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารชุดที่เสนอแต่งตั้งครบวาระ |
| |
|
หมวดที่ 4 |
การประชุมใหญ่ |
18. |
ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อ |
|
18.1 แถลงผลการดำเนินงานในรอบปี |
|
18.2 แถลงฐานะทางการเงิน และบัญชีงบดุลที่ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้ว |
|
18.3 เลือกตั้งประธานชมรม เมื่อครบวาระ |
|
18.4 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) |
19. |
ชมรมต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อคณะกรรมการบริหารเห็นสมควร หรือสมาชิกของชมรมไม่น้อยกว่า 30 คน เข้าชื่อกันขอให้มีการประชุมโดยเสนอคำขอ พร้อมระบุเหตุผลที่ชัดเจนต่อประธานชมรม และให้ชมรมนัดประชุมภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอ |
20. |
ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน |
21. |
การประชุมใหญ่ทุกครั้ง ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะครบองค์ประชุม ถ้าไม่ครบองค์ประชุมให้นัดประชุมใหม่ภายใน 30 วัน |
22. |
การเสนอญัตติใดๆ เว้นแต่ที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหาร จะต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน |
23. |
มติของการประชุมใหญ่ หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานที่ประชุมชี้ขาด |
| |
|
หมวดที่ 5 |
การเงินและทรัพย์สิน |
24. |
ชมรมมีรายได้จาก |
|
24.1 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค |
|
24.2 รายได้จากการจัดกิจกรรม |
|
24.3 รายได้อื่นๆ |
25. |
เงินของชมรมให้ฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์ การเบิกเงินหรือลงนามในเช็คหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้ประธานชมรมหรือผู้ทำการแทน หรือเลขานุการ ลงลายมือชื่อร่วมกับเหรัญญิก |
26. |
เหรัญญิกสามารถเก็บรักษาเงินสดไว้เพื่อทดรองจ่ายได้ ไม่เกิน 10,000 บาท |
27. |
ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของชมรมได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าเกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ให้ประธานชมรมและเลขานุการเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่าย และถ้าการสั่งจ่ายในแต่ละครั้งเกิน 10,000 บาท ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร |
28. |
เหรัญญิกต้องจัดให้มีบัญชีการเงิน พร้อมด้วยหลักฐานการรับจ่ายให้ถูกต้องตามหลักการบัญชี หลักฐานการรับจ่ายต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อการตรวจสอบ |
29. |
เหรัญญิกต้องจัดทำรายงานงบดุล และเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี |
30. |
ทรัพย์สินอื่นของชมรมที่มิได้เป็นตัวเงิน ให้อยู่ในความรับผิดชอบของเลขานุการ |
| |
|
หมวดที่ 6 |
การแก้ไขข้อบังคบของชมรม |
31. |
คณะกรรมการบริหาร หรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน มีสิทธิยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับชมรม การยื่นญัตติของสมาชิกสามัญให้ยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานชมรม พร้อมระบุสาระ หลักการ และเหตุผลในการแก้ไข |
32. |
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ จะต้องนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ และจะต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของผู้มาประชุม |
| |
|
หมวดที่ 7 |
การยกเลิกชมรม |
33. |
การยกเลิกชมรม ที่มิใช่เป็นการยกเลิกเพราะเหตุของกฎหมายบ้านเมือง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มาประชุม |
34. |
เมื่อมีการยกเลิกชมรม ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่หลังจากได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
| |
|
หมวดที่ 8 |
บทเฉพาะกาล |
35. |
ให้ใช้ข้อบังคับใหม่นี้เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และให้ยกเลิกข้อบังคับฉบับเดิมที่ ประกาศใช้อยู่ก่อนหน้านี้ |
36. |
ให้คณะกรรมการบริหารชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันพิจารณาอนุมัติข้อบังคับใหม่ เป็นกรรมการบริหารตามข้อบังคับนี้ต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่ประธานชมรมได้รับเลือกตั้งตามข้อบังคับนี้ |
| |
|